“I’ll have an Americano, Please.” : James Bond, Casino Royale (1953)
ก่อนที่โลกจะรู้จัก James Bond ผ่านแก้ว Martini – shaken, not stirred สายลับผู้มีรสนิยมที่สุดในโลกเคยเริ่มต้นด้วยค็อกเทลที่เรียบง่ายกว่า แต่แฝงด้วยความมีระดับไม่แพ้กัน อย่าง Americano
เครื่องดื่มขมหวานจากอิตาลีแก้วนี้ ปรากฏในนวนิยายเรื่องแรก Casino Royale (1953) และกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความผ่อนคลาย” ของ บอนด์ เป็นช่วงเวลาที่เขาไม่ได้อยู่ในโหมดไล่ล่าหรือถือปืน แต่แค่เป็นผู้ชายที่หลงใหลในความสมดุลของรสชาติและความสงบในยามบ่ายของยุโรป
Americano ความขมที่นุ่มนวลจากอิตาลี สู่แก้วแห่งตำนาน
จุดเริ่มต้นของรสชาติแบบอิตาเลียน
ก่อนที่โลกจะรู้จัก Negroni โลกใบนี้รู้จักกับ Americano มาก่อนแล้ว classic cocktail จากอิตาลีที่เกิดขึ้นราวๆปลายศตวรรษที่ 19 เป็นเครื่องดื่มที่ผสมระหว่าง ความขมแบบอิตาเลียน กับ ความสดชื่นแบบอเมริกัน จึงได้ชื่อว่า “AMERICANO”
ต้นกำเนิดของเครื่องดื่มนี้ เริ่มต้นที่เมืองมิลาน(Milan) โดยบาร์เทนเดอร์ที่ชื่อว่า Gaspare Campari ผู้รังสรรค์เครื่องดื่ม Campari ที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งเขาได้คิดค้นค็อกเทลที่ชื่อว่า Milano-Torino จากการผสม Campari (จากมิลาน) และ Sweet Vermouth (จากตูริน) ต่อมามีชาวอเมริกันได้เดินทางเข้ามาในอิตาลีในช่วงปี คศ.1860 จึงได้มีการเพิ่มโซดาลงไปเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น และเรียกว่า “อเมริกาโน” ซึ่งบอกเลยว่าเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากชาวอเมริกันมากๆ
สูตรดั้งเดิม
อเมริกาโน คือ ความเรียบง่ายที่สมดุลลงตัว ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
- Campari 1 ส่วน เพิ่มรสชาติซับซ้อนและสีแดงสด
- Sweet Vermouth 1 ส่วน เพิ่มความหวานและกลิ่นหอมสมุนไพร
- Soda water พอประมาณ เติมความซ่ารับรสให้สดชื่น
เอกลักษณ์ของอเมริกาโน สู่จุดเปลี่ยนที่ก่อให้เกิด Negroni
อเมริกาโน ไม่ได้แรงเท่า Negroni เพราะใช้โซดาแทนจิน ทำให้มีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ต่ำกว่า จึงเหมาะแก่การดื่มก่อนรับประทานอาหาร (Aperitif) หรือจิบช้าๆยามบ่าย รสชาติขมออกหวาน สดชื่น แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ “อิตาเลียนแท้” ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า Negroni คือ “รุ่นพี่สายเข้ม” Americanoก็คงเป็น “รุ่นน้องสายชิล” ที่ให้ความสดชื่นและเข้าถึงได้ง่ายกว่า
ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของอเมริกาโน
อเมริกาโน ในมุมมองของ James Bond สื่อถึงบุคลิกอีกด้านของเขา ไม่ใช่สายลับที่ดุเดือด แข็งกร้าวตลอดเวลา แต่เป็นผู้ชายที่รู้จักพัก และเพลิดเพลินกับความเรียบง่าย ซึ่งอาจตีความจากอเมริกาโน ได้ว่า
-
- ไม่แรงเกินไป เพราะไม่มีการใส่ GIN หรือ Vodka
- มีรสขมเบาๆ เหมือนชีวิตของสายลับที่มีทั้งความหอมหวานและความขมขื่น
- ให้ความรู้สึกยุโรปแท้ๆ สะท้อนความมีรสนิยมแบบสุภาพบุรุษอังกฤษที่ซึมซับกลิ่นอายอิตาลี
ส่วนสูตรที่เจมส์ บอนด์ เลือกดื่มก็คือ อเมริกาโน สูตรดั้งเดิม เสิร์ฟมาในแก้ว Highball พร้อมเปลือกเลมอน จึงเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับการจิบในคาเฟ่ริมถนนยุโรปในช่วงบ่าย ไม่แรงแต่มีรสนิยม
Americano บทบาทใหม่ในแบบ Olympus Khonkaen
มีบางแก้วที่ไม่ต้องแรงมาก… ก็ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ อเมริกาโน คือ ค็อกเทลที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ผสมผสานระหว่าง Campari ที่เข้มข้นซับซ้อน, Sweet Vermouth ที่หอมหวานละมุน และ โซดา ที่เติมชีวิตชีวา และความสดชื่น จนได้รสชาติที่ขม หวาน พอดี สดชื่นทุกครั้งที่ได้จิบ
ที่ Olympus Khonkaen เราอยากให้คุณได้ลอง อเมริกาโน ที่ผ่านการตีความมาใหม่ แต่ยังคงกลิ่นอายของรสขม-หวาน อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเครื่องดื่มอเมริกาโน การตีความใหม่ ให้รสชาติมีความสมดุล ดื่มง่าย รสชาติละมุน สดชื่น และมีความเป็น SUMMER เหมาะกับเมืองไทยมากที่สุด
นี่คือค็อกเทลที่ James Bond เลือกดื่มในยามพักจากภารกิจ ไม่ใช่เพราะแรงที่สุด แต่เพราะมันสมดุลที่สุด ดื่มแล้วผ่อนคลาย มีสไตล์ แต่ยังคงมีความเท่แบบสายลับอังกฤษทุกอณู
สรุป AMERICANO จากเมืองมิลาน สู่นวนิยาย James Bond ที่ Olympus
อเมริกาโน คือ คลาสสิค ค็อกเทลจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่ผสมผสานระหว่าง Campari, Sweet Vermouth และ โซดา จนได้รสขม หวาน สดชื่น ในแบบที่ลงตัว และได้ถูกนำมาตีความใหม่ ผ่านโอลิมปัส ให้คุณได้พักผ่อน อย่างมีสไตล์ กับค็อกเทลในแก้วทรงสูง พร้อมเปลือกส้ม
บางวันไม่ต้องเข้มเท่า Negroni ขอแค่ AMERICANO สักแก้วที่ Olympus แล้วปล่อยให้รสขมหวานนี้ค่อยๆ พาคุณเข้าสู่โลกที่มีสไตล์
“อยากเท่แบบเจมส์ บอนด์ ไม่ต้องถือปืน แค่ถือ americano แก้วนี้ก็พอ”
