Gin&Tonic จากยาขมสู่ความขมที่มีสไตล์

ทุกความขมมีเรื่องเล่า…

และในความขมของ Gin Tonic ซ่อนเรื่องราวชีวิตที่แปรเปลี่ยน “หน้าที่” ให้กลายเป็น “ศิลปะ”

Siesta

Gin&Tonic จุดเริ่มต้นของความขม เมื่อยากลายเป็นเครื่องดื่ม

                 ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 สมัยที่จักรวรรดิอังกฤษขยายอำนาจไปทั่วโลก อินเดียคือหนึ่งในอาณานิคมสำคัญที่ทหารอังกฤษมักจะถูกส่งไปประจำการ ที่นั้นไม่ได้มีเพียงแค่แดดแรงและกลิ่นเครื่องเทศ แต่ยังเต็มไปด้วยยุงที่พร้อมจะเป็นพาหะโรคมาลาเรีย ที่คอยพรากชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน

                ในยุดนั้น “ควินิน(Quinine)” ถูกค้นพบว่าเป็นยาต้านโรคมาลาเรียที่ได้ผลดีที่สุด สกัดมาจากเปลือกต้นซิงโคนา (Cinchona tree) จากทวีปอเมริกาใต้ ทหารอังกฤษจึงจำเป็นต้องดื่มควินินเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย แต่ถึงอย่างนั้นรสชาติของมันนั้นขมราวกับยาพิษ

             เมื่อควินินมีรสขมมากๆ ดังนั้นการดื่มควินินในทุกๆวันจึงกลายเป็นความทรมานอย่างหนึ่งสำหรับเหล่าทหารอังกฤษ ทำให้มีคนพยายามหาวิธีการดื่มควินินให้ง่ายขึ้น โดยการนำควินินมาผสมกับน้ำตาล มะนาว และโซดา จนกลายมาเป็น “Tonic water” เครื่องดื่มที่ดื่มง่ายขึ้นแถมยังช่วยคลายร้อนในดินแดนอาณานิคม

             แม้ควินินจะดื่มง่ายเมื่อมันกลายเป็น tonic water แต่ความคิดถึงบ้านยามอยู่ต่างแดน จึงมีการเติม Gin สุราที่กลั่นมาจากสมุนไพรและจูนิเปอร์เบอร์รี่ ให้ความหแมสดชื่นแบบอังกฤษแท้ๆลงไป ทำให้นั้นคือจุดเริ่มต้นของ “จินโทนิก” ค็อกเทลที่ถือกำเนิดจากความจำเป็น แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมีรสนิยม

Gin Tonic

รสขมที่อยู่เหนือกาลเวลา สู่แก้วระดับตำนาน

         เมื่อกาลเวลาผ่านไปจินโทนิก ค่อยๆเดินทางจากอินเดียกลับสู่ลอนดอน และแพร่หลายออกไปทั่วโลก จากเครื่องดื่มของทหารกลายเป็นเครื่องดื่มของนักธุรกิจ สุภาพบุรุษ และศิลปิน เพราะมันไม่เพียงแค่ดื่มง่าย แต่ยังมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ สดชื่นแต่ขม เรียบง่ายแต่มีมิติ

        ส่วนผสมของ Gin ที่มีกลิ่นหอมจากสมุนไพรอย่าง juniper, coriander และ citrus peel เมื่อจับคู่กับ tonic water ที่มีรสขมหวาน กลายเป็นรสขมสมดุลที่เหมือนกับชีวิต ขมบ้าง หวานบ้าง แต่ลงตัวจนอยากยกอีกแก้ว

สูตรดั้งเดิมของ Gin&Tonic

    • Gin
    • Tonic water
    • Lime wedge
    • น้ำแข็งก้อนใหญ่

ในสูตรดั้งเดิมจะไม่ใส่สมุนไพรหรือผลไม้เพิ่ม เพราะต้องการให้รส gin และ quinine ของ tonic เด่นที่สุด

           ในบางยุค จินโทนิก ถูกมองว่าเป็น “เครื่องดื่มของผู้ใหญ่” เพราะต้องใช้เวลาเรียนรู้ถึงจะเข้าใจรสชาติของมันแต่นั่นก็ถือว่าเป็นเสน่ห์ของมัน ทุกครั้งที่คุณยกแก้วขึ้นดื่ม จินโทนิกไม่ได้เพียงมอบความสดชื่นจากโซดาและมะนาว แต่มันกำลังบอกเล่าเรื่องราวของทหารที่ดื่มยาขมท่ามกลางแดดและความร้อนในอินเดีย เรื่องของนักเดินทางที่ดื่มเพื่อลืมความเหนื่อยล้า และเรื่องของผู้คนในยุคนี้ที่ดื่มเพื่อเตือนใจว่าความขมก็มีความงามในตัวมันเอง

Gin Tonic

Olympus Khonkaen ที่รังสรรค์แก้วขมในแบบของคุณ

Gin Tonic

               ที่ Olympus Khonkaen ทุกแก้วไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่คือบทสนทนากับกาลเวลาในความขมของ Gin&Tonic มีความหมายซ่อนอยู่ ความทรหด ความคิดถึง และความกล้าที่จะเปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นศิลปะ

              เราใส่ใจในความชอบของคุณ เพราะเรามี Gin ให้คุณได้เลือกถึง 19 label ซึ่งแต่ละ label มีคาร์แรกเตอร์ กลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกัน และ Gin ที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้จะเป็นตัวไหนเป็นไม่ได้ นอกจาก GinRaw จากสเปน ซึ่งถือว่าเป็น Craft Gin ระดับพรีเมียม ส่วน Tonic water ก็มีให้เลือกถึง 3 แบบ  คือ  Mediterranean, Premium indian และ Schweppes ไม่ต้องกลัวหากคุณไม่รู้จะเลือกยังไง ขอแค่บอกความชอบ และอาการแพ้อาหารให้เรา เราจะรังสรร และเลือก Garnish ให้เหมาะสม จนมันกลายเป็น Gin&Tonic สำหรับคุณเพียงคนเดียว

          ถึงแม้จะไม่มี จินโทนิก ในเมนู แต่ถ้าหากคุณอยากดื่ม ก็สั่งได้เลยที่หน้าบาร์ รสชาติที่ได้จะมีความขมเล็กน้อยในตอนแรกจาก quinine ตามด้วยความหอมของสมุนไพรจาก gin และความเปรี้ยวสดของมะนาว จบด้วยความซ่าที่เย็นและสะอาด เหมือนกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนอากาศยามเช้าในลอนดอน

Gin Tonic

สรุป จากยาขมสู่คลาสสิคค็อกเทลระดับตำนาน

       จากยาขมของทหารอังกฤษในแดนไกล สู่เครื่องดื่มที่บาร์ทั่วโลกยกให้เป็นตำนาน จินโทนิกคือเรื่องราวของการปรับตัว ความอดทน และความงามของชีวิตในรสขม

       คืนนี้ ถ้าได้ยินเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วจินโทนิกเบาๆ ลองหลับตา แล้วจิบอย่างช้าๆ…เพราะในรสนั้น อาจมี “ประวัติศาสตร์ของชีวิต” ที่ซ่อนอยู่ในทุกหยด

       ร่วมเฉลิมฉลอง Gin&Tonic’s Day กับ “Undeadman Gin Tonic ลด 10%” ค่ำคืนวันที่ 19 ตุลาคม ลองปล่อยใจให้ไหลไปกับรสขมที่กลายเป็นศิลปะ รับส่วนลด 10% สำหรับทุกแก้ว Gin&Tonic ที่ Olympus ที่ซึ่งยาขมจากอดีตกลายเป็นตำนานในปัจจุบัน